วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559


ใช้ดี จึงบอกต่อ
โดยเฉพาะสมุนไพรของเราไร้สารพิษนะคะ


              สมุนไพรในบ้านเรามีมากมายหลายชนิด  อยู่รอบตัวเรา แต่บางคนไม่รู้จักซะเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเจ็บป่วยมักจะพึ่งพาหมอแผนปัจจุบันกัน แต่สำหรับผู้ที่มีความสนใจในเรื่องสมุนไพร จะรู้จักสมุนไพร  รวมถึงวิธีการใช้สมุนไพร   วันนี้จะแนะนำประโยชน์ของสมุนไพร ต่าง ๆ นะคะ

ประโยชน์ของมะรุม

  1. สรรพคุณของมะรุมช่วยบำรุงผิวพรรณให้ชุ่มชื้น อ่อนนุ่ม ไม่ให้หยาบกร้าน
  2. มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยในการชะลอวัย (น้ำมันมะรุม)
  3. ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  4. ช่วยรักษาโรคขาดสารอาหารในเด็กแรกเกิดถึงอายุ 10 ขวบ
  5. ช่วยลดไขมันและคอเลสเตอรอลในร่างกาย (ฝัก)
  6. มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็ง (ใบ,ดอก,ฝัก,เมล็ด,เปลือกของลำต้น)
  7. ช่วยรักษาโรคมะเร็งในกระดูก
  8. ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยรังสี การดื่มน้ำมะรุมจะช่วยให้อาการแพ้รังสีฟื้นตัวเร็วขึ้น
  9. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกาย
  10. ช่วยรักษาโรคโลหิตจาง
  11. มะรุม ลดความดัน รักษาโรคความดันโลหิตสูง (ใบ,ฝัก)
  12. ใช้รักษาโรคหัวใจ (ราก)
  13. มะรุม ลดน้ำตาล ช่วยรักษาโรคเบาหวาน โดยรักษาความสมดุลของระดับน้ำตาล
  14. ใช้รักษาโรคหอบหืด (Asthma) (ยาง)
  15. ช่วยรักษาโรคภูมิแพ้
  16. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคที่ต่ำลงของผู้ป่วยเอดส์
  17. ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย (ดอก)
  18. ช่วยบำรุงธาตุไฟ (ราก)
  19. ช่วยคุมธาตุอ่อน ๆ (เปลือกของลำต้น)
  20. แก้ลมอัมพาต (เปลือกของลำต้น)
  21. ใช้ขับน้ำตา (ดอก)
  22. ใช้บำรุงสุขภาพและรักษาดวงตาให้สมบูรณ์
  23. ช่วยรักษาโรคตาได้เกือบทุกโรค อย่าง โรคตาต้อ ตามืดมัว เป็นต้น
  24. ช่วยรักษาโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคโพรงจมูกอักเสบ
  25. น้ำมันมะรุมใช้นวดศีรษะ ฆ่าเชื้อชาบนหนังศีรษะ แก้อาการคันหนังศีรษะ ลดผมร่วง (น้ำมันมะรุม)
  26. ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ (ใบ,น้ำมันมะรุม)
  27. ใช้แก้ไข้ และถอนพิษไข้ (ใบ,ยอดอ่อน,ฝัก,เมล็ด)
  28. ใช้แก้อาการไข้หัวลม หรืออาการไข้เปลี่ยนฤดู (ดอก)
  29. ช่วยบรรเทาและรักษาอาการหวัด (เมล็ดมะรุม)
  30. ช่วยบรรเทาอาการไอเรื้อรังให้ดีขึ้น (เมล็ดมะรุม)
  31. ช่วยบรรเทาอาการและลดสิวบนใบหน้า (น้ำมันมะรุม)
  32. ช่วยลดจุดด่างดำจากแสงแดด (น้ำมันมะรุม)
  33. ประโยชน์ของมะรุมใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน (ใบ)
  34. ช่วยแก้อาการปวดฟัน (ยาง)
  35. ช่วยแก้อาการปวดหู (Earache) (ยาง)
  36. น้ำมันมะรุมใช้หยอดหูเพื่อป้องกันและฆ่าพยาธิในหู รักษาโรคหูน้ำหนวก เยื่อบุหูอักเสบ
  37. ช่วยรักษาโรคคอหอยพอกชนิดมีพิษ
  38. ช่วยรักษาแผลในปากหรือแผลจากโรคปากนกกระจอก
  39. นำเปลือกของลำต้นมาเคี้ยวกินเพื่อช่วยย่อยอาหาร (เปลือกของลำต้น)
  40. ช่วยขับลมในลำไส้ ทำให้ผายหรือเรอ (เปลือกของลำต้น)
  41. เปลือกของลำต้นมีสรรพคุณช่วยในการคุมกำเนิด (เปลือกของลำต้น)
  42. ช่วยบำรุงและรักษาปอดให้แข็งแรง และรักษาโรคปอดอักเสบ
  43. เมล็ดมะรุมวันละ 1 เมล็ดก่อนนอน ช่วยให้การขับถ่ายในตอนเช้าเป็นไปอย่างปกติและสม่ำเสมอ (เมื่อขับเป็นปกติแล้วควรหยุดรับประทาน)
  44. ใช้รักษาโรคลำไส้อักเสบ อาการท้องเสีย ท้องผูก
  45. ช่วยรักษาและขับพยาธิในลำไส้ (เมล็ดมะรุม)
  46. ช่วยในการขับปัสสาวะ(ใบ,ดอก)
  47. ช่วยแก้อาการอักเสบ (ใบ)
  48. ช่วยรักษาโรคไขข้อ (Rheumatism) (ราก)
  49. ช่วยบรรทาอาการของโรคเก๊าท์ บ้างก็ว่าสามารถใช้รักษาโรคเก๊าท์ได้
  50. ช่วยรักษาโรคกระดูกอักเสบ
  51. ช่วยรักษาโรครูมาติซั่ม
  52. ช่วยบำรุงและรักษาโรคตับ ไต
  53. น้ำมันมะรุมใช้นวดเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดเมื่อตามบั้นเอวและขา
  54. น้ำมันมะรุมใช้นวดเพื่อกระชับกล้ามเนื้อ
  55. ใช้แก้อาการปวดตามข้อ (เมล็ด)
  56. แก้อาการบวม (ราก,เมล็ด)
  57. ช่วยลดอาการผื่นคันตามผิวหนัง และการแพ้ผ้าอ้อมของเด็กทารก (น้ำมันมะรุม)
  58. ช่วยรักษาบาดแผล แผลสดเล็ก ๆน้อย ๆ (ใบ,น้ำมันมะรุม)
  59. ช่วยถอนพิษและลดอาการปวดบวมจากแมลงสัตว์กัดต่อย (น้ำมันมะรุม)
  60. ใช้เป็นยาปฏิชีวนะ
  61. ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (ใบ,ดอก)
  62. ใช้รักษาเชื้อราตามผิวหนัง ศีรษะ ตามซอกเล็บ โรคน้ำกัดเท้า (น้ำมันมะรุม)
  63. น้ำมันมะรุมใช้ทารักษาหูด ตาปลา
  64. ช่วยรักษาโรคเริม งูสวัด
  65. ช่วยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ต้านจุลชีพ
  66. ช่วยฆ่าเชื่อไทฟอยด์ (ยาง)
  67. ช่วยรักษาโรคซิฟิลิส (syphilis) โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โรคหนึ่ง (ยาง)
  68. การรับประทานมะรุมในช่วงตั้งครรภ์ จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อ HIV ของเด็กทารก
  69. ฝักมะรุมนำมาใช้เป็นไม้ตีกลองได้เหมือนกันนะ โดยเฉพาะในแถบอินเดีย
  70. ใบสดนำมารับประทานได้ ส่วนใบแห้งนำมาทำเป็นผง
  71. เมล็ดบางครั้งนำมาคั่วรับประทานเป็นถั่วได้
  72. เมล็ดมะรุมเมื่อนำมาบดละเอียดสามารถนำไปใช้กรองน้ำได้ทำให้น้ำตกตะกอนและฆ่าเชื้อโรคในน้ำ น้ำที่ได้จะค่อนข้างสะอาดและมีรสออกหวาน
  73. น้ำมันที่จากการคั้นเมล็ดสด นำมาใช้เป็นน้ำมันในการปรุงอาหาร
  74. น้ำมันมะรุมนำมาใช้ในการปรุงอาหารชนิดเดียวกับน้ำมันมะกอก แต่ดีกว่าตรงที่ไม่มีกลิ่นเหม็นหืนในภายหลัง
  75. น้ำมันมะรุมนำมาใช้เป็นน้ำยาหล่อลื่นต่าง ๆประจำบ้าน และช่วยป้องกันสนิม
  76. ประโยชน์มะรุมนิยมนำมะรุมไปทำเป็นอาหารเพื่อรับประทานเป็นผักอย่าง แกงส้ม แกงลาว แกงอ่อม แกงกะหรี่ ยำฝักมะรุม ส่วนดอกมะรุมลวกรับประทานกับน้ำพริก ส่วนยอดอ่อน ใบอ่อนนำไปต้มสุกรับประทานร่วมกับแจ่ว ลาบ ก้อย
  77. นำมาแปรรูปเป็น “มะรุมแคปซูล” สำหรับเป็นทางเลือกให้ผู้ที่ไม่ชอบรับประทานผัก แต่อยากได้คุณประโยชน์ทางด้านสมุนไพร
  78. นำมาสกัดเป็นน้ำมันมะรุม ซึ่งมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย

แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี , สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), ภญ.สุภาพร ปิติพร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี, นายแพทย์ สุรวุฒิ  ปรีชานนท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านโรคกระดูกและข้อ




วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดบวม ช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ความร้อนช่วยลดบวมได้ หญิงหลังคลอดที่มีปัญหาเรื่องหย่อนยานและบวมจึงทำได้ผลดี ซิลิกาที่มีก็ช่วยเรื่องการสมานแผล เสริมสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายไวไม่ติดเชื้อ ส่วนผู้หญิงทั่วไปที่ต้องการทำเพื่อสรรพคุณกระชับช่องคลอด

           
คุณสมบัติของหญ้ารีแพร์
           สำหรับวิธีการใช้ประโยชน์จากหญ้าฮี๋ยุ่มหรือหญ้ารีแพร์นั้น สามารถใช้ได้ทั้งการกินและใช้ภายนอก การกินก็สามารถนำยอดหญ้าฮี๋ยุ่มมาลวกจิ้มน้ำพริก นำใบขยี้กับน้ำร้อน หรือต้มแล้วคั้นแต่น้ำดื่ม มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ทำให้ผิวเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ผิวพรรณจึงชุ่มชื้น เปล่งปลั่งเต่งตึง ส่วนการใช้ภายนอก คนโบราณการนำมาตำหรือขยี้แล้วโปะแผล ต้มน้ำอาบ หรือเอาน้ำซะ (น้ำจากการชะล้างหลาย ๆ รอบ) อาบ ช่วยให้แผลหายไว และที่สำคัญคือใช้ในการอยู่ไฟสำหรับหญิงหลังคลอด โดยให้นำหญ้าฮี๋ยุ่มตากแห้งมาก่อไฟ ใช้ไม้ผุเป็นเชื้อไฟพอให้ไฟคุนิด ๆ (ใช้ไม้ผุไฟจะได้ไม่ให้ความร้อนมากเกินไป) แล้วนั่งเอาไอรม รมครั้งละ 10-15 นาที ทำเช้า-เย็นเป็นเวลา 7-10 วัน ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ ลดบวม ช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ความร้อนช่วยลดบวมได้ หญิงหลังคลอดที่มีปัญหาเรื่องหย่อนยานและบวมจึงทำได้ผลดี ซิลิกาที่มีก็ช่วยเรื่องการสมานแผล เสริมสร้างเนื้อเยื่อ ทำให้แผลหายไวไม่ติดเชื้อ ส่วนผู้หญิงทั่วไปที่ต้องการทำเพื่อสรรพคุณกระชับช่องคลอด ให้ทำในลักษณะอบไอน้ำ คือนำหญ้าไปต้มแล้วนั่งเอาไอน้ำรมแทน

            สำหรับในผู้ชายก็สามารถใช้ประโยชน์จากหญ้าฮี๋ยุ่มได้เช่นกัน ทั้งเรื่องช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ใช้ในการรักษาบาดแผล และสามารถทำในลักษณะอบไอน้ำเพื่อบรรเทาอาการริดสีดวงด้วย 

            ในต่างประเทศมีการนำสารสกัดแบมบู ซิลิกา ไปผสมเครื่องสำอางเพื่อช่วยให้ผิวพรรณยืดหยุ่นเปล่งปลั่ง นับว่าเป็นสารที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในวงกว้างอยู่แล้ว ส่วนทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเองก็ได้นำสารตัวนี้ไปเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวในไลน์ "บัวไผ่ข้าว" ด้วยเช่นกัน ส่วนโครงการต่อไปเกี่ยวกับหญ้าฮี๋ยุ่ม ก็จะมีสปาหญ้าฮี๋ยุ่ม ที่จะช่วยเสริมคอลลาเจนทำให้ผิวพรรณสดใสและดูแลผู้หญิงหลังคลอด



http://health.kapook.com/view96369.html

มีทั้งแบบต้มและแบบค่ะ

แบบนี้ใช้ต้มดื่ม




แบบนี้พร้อมชงนะคะ ดื่มง่ายได้สุขภาพสุด ๆ 


วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

เริ่มต้นก่อน สุขภาพดีก่อนค่ะ

สนใจทักมานะคะ

ลองกันรึยัง สนใจติดต่อมาเลยนะคะ

ช่องคลอดไม่กระชับ

มีกลิ่นไม่พึงประสงค์

หน้าอกหย่อนคล้อย

ผิวพรรณหยาบกร้าน ไม่นุ่มนวล

หน้าแก่กว่าวัย สิว ฝ้า กระ กวนใจ

พุงป่อง  หน้าท้องยื่น  มีไขมันรอบเอว

ปวดท้องประจำเดือน

รีแพร์กันเลย



สนใจทักมานะคะ  
      ID Line :   snow-dark         (อันปัน)                      
                     kung_nipawan  (กุ้ง)

                                                           

           

วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2559

บ้านสมุนไพร NP : สมุนไพร หญ้ารีแพร์ไร้สารพิษ

   

    บ้านสมุนไพร  เลิศมณี

9  ม. 14  บ.ทุ่งหมื่น  ต.หนองทัพไทย  อ.พนมไพร  จ.ร้อยเอ็ด 45140

โทร : 087-2832639 (คุณนิภาวรรณ),  092-9139267  (คุณอัญมณี)

                                                                    



                                          หญ้ารีแพร์ 

             สมุนไพรชะลอความแก่  กระชากความสาว  คืนความอ่อนเยาว์ให้กลับมา 14  อีกครั้ง


หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมหญ้ารีแพร์ถึงฟีเวอร์ได้ขนาดนี้? ไทยรัฐออนไลน์ จึงนำ 10 ข้อที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ "หญ้ารีแพร์" สมุนไพรที่กำลังฟีเวอร์ที่สุดตอนนี้ มาให้ได้อ่านกัน!
1.คุณสมบัติของ หญ้ารีแพร์ สามารถช่วยให้ช่องคลอดของหญิงที่ผ่านการคลอดลูกมาแล้วความกระชับ ฟิต มากยิ่งขึ้น
2.หญ้ารีแพร์ เป็นพืชสมุนไพรที่ภูมิปัญญาไทย สามารถนำไปอาบ อบ และกิน ช่วยทำให้ผิวพรรณกลับมาเปล่งปลั่ง มดลูกเข้าอู่ และบาดแผลหายเร็วขึ้น
3.หญ้ารีแพร์โด่งดังในชั่วข้ามคืน เพราะว่า รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จัดนิทรรศการงานมหกรรมสมุนไพร ระหว่างวันที่ 3 -7 ก.ย. 57 ที่เมืองทองธานี ได้ออกบูธร่วมกับกรมแพทย์ทางเลือกฯ มีการนำหญ้ารีแพร์มาโชว์
4.หญ้ารีแพร์พบได้ทั่วไปในสวนที่มีสภาพรกครึ้ม ดินอุดมสมบูรณ์
5.ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า หญ้ารีแพร์เป็นพืชตระกูลเดียวกับไผ่ มีสาร "ซิลิกา" (silica) อยู่โดยธรรมชาติ ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารต้นกำเนิดของคอลลาเจน และน้ำไขข้อในร่างกาย หากขาดสารนี้จะทำให้มีลักษณะแก่ก่อนวัย 
6.วิธีใช้ หญ้ารีแพร์ ทำได้ด้วยการนำหญ้า ไปตากแดดให้แห้ง หลังจากนั้นก็นำหญ้าประมาณหนึ่งกำมือมาเผาร่วมกับไม้ผุ หรือถ่านจนเกิดควัน แล้วก็นำหญ้าที่เผาจนเกิดควันมาวางไว้ใต้เก้าอี้ ที่ผ่านการเจาะรูเป็นวงกลม หลังจากนั้นหญิงที่ผ่านการคลอดบุตร หรือหญิงที่ต้องการยกกระชับช่องคลอดและมดลูก ก็มานั่งลงบนเก้าอี้ เพื่อรมกระชับช่องคลอดได้เลย ส่วนระยะเวลาในการรมนั้นจะรมจนกว่าควันจะหมด ทั้งนี้ ในการรมควันจะทำติดต่อกันประมาณ 2-5 วัน
7.หญ้ารีแพร์สามารถใช้กินได้ด้วย โดยการนำยอดหญ้ามาลวกจิ้มน้ำพริก นำใบขยี้กับน้ำร้อน หรือต้มแล้วคั้นแต่น้ำดื่ม มีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยสมานแผล ทำให้ผิวเก็บกักน้ำได้ดีขึ้น ผิวพรรณจึงชุ่มชื้น เปล่งปลั่งเต่งตึง
8. คนโบราณแม้จะมีลูกหลายคน แต่ก็ยังมีความสุขในชีวิตคู่ได้ เพราะใช้หญ้ารีแพร์เลยไม่ต้องกังวลกับเรื่องช่องคลอดที่ไม่กระชับ ไม่ต้องรอนานที่จะมีอะไรกัน
9.หญ้ารีแพร์ repair มีชื่อเดิมคือ "หญ้าฮียุ่ม" แต่เรียกออกสื่อแล้วเรียกชื่อนี้จะดูไม่ดี จึงได้ตั้งชื่อเรียกขึ้นใหม่ว่า หญ้ารีแพร์
10.แพทย์ยืนยันว่า หญ้ารีแพร์ ไม่มีอันตราย มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพพอสมควร เนื่องจากมีการใช้กันมาหลายร้อยปี

เป็นที่ฮือฮาในหมู่สุภาพสตรีไม่น้อย เมื่อแพทย์แผนไทยได้เปิดตัวสมุนไพร "หญ้ารีแพร์" หรือ "หญ้าฮียุ่ม" อ้างอิง: (http://www.thairath.co.th/content/444446)...